รบกวนโลกให้น้อยลง 3 :

รบกวนโลกให้น้อยลง 3

วิกฤติ กับ โอกาส

* ข่าวสารในโลกยุคโซเชี่ยลมีเดียเฟื่องฟู หลายคนคงได้มีโอกาสเสพข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว และข่าวสารที่เสพมักจะเป็นข่าวที่เกี่ยวกับวิกฤติต่างๆ ที่นักหนาเอาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ภูมิอากาศ โดยเฉพาะเรื่องขยะ

* อ่านแล้วสังเกตได้ว่าวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ของโลกแบบรายชั่วโมง เร็วยิ่งกว่ารายวัน ด้วยการสื่อสารในโลกโซเชี่ยลมีเดีย ทำให้วิกฤการณ์ต่างๆ ดูมันเริ่มคืบคลานเข้ามาหาเราทุกคนถึงหน้าบ้าน
* ถ้าเรามัว “ตระหนก” เราอาจจะสื่อสารหรือบอกต่อไปยังคนรอบข้างอย่างผิดๆ ยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยขาดชุดข้อมูลความรู้ที่มีเหตุผลเพียงพอ
* วันนี้เลยอยากชวนทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่าน มา “ตระหนัก” รู้โดยการสืบค้นหาชุดความรู้ในโลกใบนี้ผ่านทางเครื่องมือต่างๆ ในโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อเข้าใจในวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นและจะได้สร้าง “ภารกิจ” ให้กับตนเองและคนรอบข้างเพื่อเป็นโอกาสในการแก้ไขวิกฤติเหล่านั้นได้อย่างยั่งยืน
* เมื่อเรา “ตระหนัก” รู้ ในวิกฤติ จนก่อให้เกิด “ภารกิจ” ด้วยการรบกวนโลกให้น้อยลง เราจะเกิดโอกาสสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ โดยเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส
* มาลองดูวิกฤติทีละเรื่องอย่างเข้าใจ ที่โยงกับโลกใบนี้ในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมกัน
* วิกฤติเรื่องขยะ ถ้าเราจำนวนประชากรทั้งโลกคูณด้วยขยะที่ทุกคนผลิตเฉลี่ยต่อวัน ผมว่าเราน่าจะมีปริมาณขยะเท่ากับหรือใหญ่กว่าพื้นที่ของประเทศบางประเทศ ในประเทศที่มีการจัดการที่ดี ขยะที่เป็น “ภาระ” กลับถูกจัดการด้วย “ภารกิจ” ของคนทุกคน โดยมีภาครัฐที่เข้าใจในปัญหาเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางของการจัดการ
* โอกาสที่เราจะสร้างพฤติกรรมใหม่เรื่องขยะ ทำอย่างไรที่เราจะไม่ส่งต่อ “ภาระ” ขยะที่เราผลิตขึ้นมาเองทุกวัน โดยการใช้โอกาสนี้ทำ “ภารกิจ” โดยลองหานวัตกรรมดีๆ วิถีชีวิตดีๆ ที่จะรบกวนโลกให้น้อยลง ตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน เรามีโอกาสช่วยลดขยะได้อย่างไรบ้าง ทุกเช้าลองวางแผนการบริโภคใหม่ คิดออกจากกรอบเดิมๆ ที่รบกวนโลกมากๆ มารบกวนโลกให้น้อยลง เช่น การพกถุงผ้า แก้วน้ำ ช้อน ชามส่วนตัวที่ใช้ซ้ำได้ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพื่อลดการใช้ภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
* วิกฤติเรื่องพลังงาน คงทราบกันแล้วว่าพลังงานจากน้ำมันกำลังเจอวิกฤติทั้งในเรื่องปริมาณ เรื่องการผลิตและผลกระทบจากการใช้ ส่งผลให้เกิดปัญหามลภาวะ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม
* โอกาสที่เราจะสร้างพฤติกรรมใหม่เรื่องพลังงาน ในปัจจุบันแหล่งพลังงานสะอาดมีเครื่องมือและมีช่องทางที่เราจะเข้าถึงได้สะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆ แต่ด้วยกรอบความคิดและกรอบผลประโยชน์เดิมๆ ทำให้เราติดข้อจำกัดด้านข้อบังคับมากกว่าข้อปฏิบัติ ถ้าเราลองเปลี่ยนวิธีใช้พลังงานโดยการหาแหล่งพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทน ถึงแม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะมากกว่าแต่ในระยะยาวมันจะลดการรบกวนโลก ถ้าเราลองค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบพลังงาน หันมาทดลองใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบ้าง จนวันหนึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลายต้นทุนก็จะลดลงจนเท่ากับการใช้พลังงานแบบเดิมๆ ได้แน่ๆ
* วิกฤติเรื่องอากาศ ไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องคุณภาพอากาศของเมืองใหญ่หลายๆ แห่งเกิดวิกฤติ ค่าคุณภาพอากาศหลายแห่งแย่ มีตัวเลขเกินมาตราฐานหลายช่วงเวลา ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในเมืองแย่ลงไปตามคุณภาพอากาศที่กำลังวิกฤติ
* โอกาสที่เราจะสร้างพฤติกรรมใหม่เรื่องอากาศ ถ้าเราหันมาใส่ใจหาต้นเหตุของคุณภาพอากาศที่เป็นอยู่ เราจะปฏิเสธวิถีชีวิตของคนเมืองที่เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพอากาศไม่ได้เลย เช่นการเดินทาง การบริโภค ความเห็นแก่ตัว ทำอย่างไรที่เราจะวางแผนการเดินทางที่จะไม่ส่งผลกับการจราจร เมื่อทุกคนออกไปเดินทางพร้อมกันด้วยรถส่วนตัว ปริมาณไอเสียหรือควันพิษที่ออกมาจากการเผ่าไหม้ของเครื่องยนต์ก็จะฟุ้งกระจายในอากาศปกคลุมเมืองทั้งหมด การเปิดเครื่องปรับอากาศที่สร้างความร้อนพ่นออกมาภายนอก การกำจัดขยะหรือของเหลือใช้โดยการเผา การเอาขยะเศษอาหารใส่ถุงพลาสติกจนเกิดก๊าซมีเทน แทนการบริโภคให้หมด ตักแต่พอทาน หรือกำจัดให้ถูกวิธี โอกาสในปัจจุบันมีช่องทางมากมายที่จะส่งต่อเศษอาหารที่ทานเหลือไปทำปุ๋ย ไปหมัก ไปย่อยสลายโดยไส้เดือน และอีกหลากหลายวิธีจัดการที่กำลังอยู่ในกระแส
* วิกฤติเรื่องน้ำ ข่าวน้ำท่วม น้ำแล้งมีให้เห็นกันบ่อยๆ แทบทุกปี น้ำมากไป น้ำน้อยไป วิกฤติน้ำท่วมกับน้ำแล้งมันมีสองปัจจัย 1.จากธรรมชาติ 2.จากมนุษย์
* โอกาสที่เราจะสร้างพฤติกรรมใหม่เรื่องน้ำ ถ้าเกิดจากธรรมชาติเราคงไปแก้ธรรมชาติไม่ได้ แต่เราเรียนรู้และศึกษาเหตุผลของธรรมชาติได้ แต่ที่เกิดจากมนุษย์มักจะเกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่จัดการแบบเรียนรู้ธรรมชาติ ลองคิดแบบธรรมชาติแต่นำมาประยุกต์ใช้กับการดำรงชีวิตของเรา เช่นน้ำเกิดจากการรักษาสมดุลของโลก สสารไม่หายไปจากโลกนี้แต่สสารแค่เปลี่ยนรูปตามสถานะที่โลกกำลังรักษาสมดุล ถ้าเราถือโอกาสในปัจจุบันมาช่วยกันรบกวนโลกให้น้อยลง โดยการศึกษาทางน้ำตามธรรมชาติ ไม่ไปสร้างสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงน้ำจนไปก่อให้เกิดคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม ไม่ใส่สารเคมีลงไปในน้ำ บำบัดน้ำก่อนเทลงแหล่งน้ำ ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น
* วันนี้ขอแค่นี้ก่อน เห็นมั้ยครับ ในทุกวิกฤติที่เลวร้าย ถ้าเรามองหาทางออก มันย่อมมีโอกาสแก้ไขและเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่จะรบกวนโลกให้น้อยลงอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนได้สบายๆ ถ้าเราไม่กระพือวิกฤติโดยการวิพากษ์วิจารณ์หรือเรียกง่ายๆ ว่าบ่นกันไปวันๆ เหมือนการพร่ำด่าความมืด แต่เรามาหาทางสร้างแสงสว่างด้วยโอกาสต่างๆ ที่มีรอบตัวเราได้นะครับ

ก้อง

สินชัย เทียนศิริ (คนสามัญประจำโลก)

เกี่ยวกับ admin

นายสินชัย เทียนศิริ ใช้นามปากกาว่า "คนสามัญประจำโลก" ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง : ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (F.T.I.) มีประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2533 กับบทบาทคณะทูตรักเจ้าพระยากับตาวิเศษ (รองชนะเลิศอันดับสอง ฝ่ายชาย) เป็นจุดเริ่มต้นให้ก้าวเข้าสู่บทบาทนักรณรงค์และวิทยากรบรรยายเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ (สิ่งเหลือใช้) และการจัดการน้ำ สร้างบล๊อคแสนเพลิน SAN Plearn เพราะอยากถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์ที่ตกผลึกจากการลงมือทำและลงสัมผัสการทำงานจริงในพื้นที่ ผ่านการเขียนเล่าเรื่องในรูปแบบ Play + Learn = Plearn เพลิน ในภาษาไทย ชีวิตที่มี Passion ทำให้ทุกวันที่ได้ออกไปบรรยายไปถ่ายทอดเรื่องดีๆ แก่ชุมชนและคนในสังคม ไปด้วยความเพลิดเพลิน แสนสนุกและแสนเพลินจริงๆ ก้อง สินชัย เทียนศิริ (คนสามัญประจำโลก) ๒๙ กันยายน ๒๕๖๑
เรื่องนี้ถูกเขียนใน อ่านเพลิน และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *